ข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ควรปฏิบัติตัวอย่างไร หากต้องการให้ผลลัพธ์ให้อยู่ได้นาน

0
11 views
ข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คือ การทำหัตถการที่สามารถช่วยแก้ปัญหาใต้ตาคล้ำ ริ้วรอยใต้ตา ทำให้ใบหน้าดูอ่อนวัย ซึ่งกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบันนี้

รีวิวฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา-2-CC

(การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา สามารถแก้ไขปัญหาริ้วรอยใต้ตา ใต้ตาคล้ำ คืนความสดใสให้กับเจ้าของใบหน้า)

ข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

หลังฉีดเสร็จทันที แพทย์จะติดพลาสเตอร์ให้ตามรอยเข็มที่ทำการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา หลังจากนั้นเมื่อครบ 1 ชั่วโมงสามารถแกะพลาสเตอร์ออกได้ โดยในบริเวณที่ทำ อาจมีอาการคัน บวมแดง หรือเขียวช้ำ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ และอักเสบ ห้ามกด นวด แตะ แกะ หรือเกา ในบริเวณนั้น ๆ

ซึ่งภายในระยะเวลา 2-3 วันอาการเหล่านี้จะค่อย ๆ ดีขึ้นเอง แต่ถ้าระยะเวลาผ่านไป 3 วันแล้วอาการบวมแดงยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น คนไข้ควรกลับมาที่คลินิกเพื่อให้แพทย์ตรวจเช็คและจ่ายยาให้ไปกินเพิ่มเติม

ส่วนข้อห้ามอื่น ๆ ที่หลายคนอาจกำลังสงสัย เช่น แต่งหน้าได้เลยหรือไม่ หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเสร็จ ห้ามล้างหน้า ห้ามทาครีมหรือไม่ หมอจะขอตอบคำถามเป็นข้อ ๆ ดังต่อไปนี้

·         หลังจากการฉีด filler ใต้ตา สามารถแต่งหน้าออกไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ

·         เพื่อช่วยให้อาการบวมลดลงได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น คนไข้ควรอยู่ในอากาศเย็น ๆ

·         ควรงดทาครีมทุกชนิดเป็นเวลา 1 คืน ในบริเวณรอยเข็มที่ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

·         ในคืนแรกหลังทำ กรณีที่คนไข้มีอาการปวดระบมตามรอยเข็ม สามารถกินยาแก้ปวดพาราเซตามอลได้ในทุก ๆ 4 ชั่วโมง

·         ในการล้างหน้า ควรให้ใบหน้าโดนน้ำได้ไม่เกิน 15 นาที โดยสามารถล้างหน้าได้ด้วยการใช้สบู่อ่อน ๆ

·         ไม่ควรขัดหรือนวดหน้าในขณะล้างหน้า

·         ในระยะเวลา 2 สัปดาห์แรก ควรงดเว้นการอบซาวน่า หรือทำทรีทเม้นต์

ข้อปฎิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์_หลังทำ
ข้อปฎิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์_หลังทำ

อีกข้อห้ามหนึ่งคือเรื่องของการรับประทานอาหาร โดยในช่วงระยะเวลา 2 สัปดาห์หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คนไข้ควรงดอาหารเหล่านี้ครับ

·         งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด

·         งดกินอาหารจำพวกของหมักดอง และอาหารดิบ

·         งดเว้นการกินอาหารจำพวก ชาบู หมูกระทะ ปิ้งย่าง ที่ต้องนั่งอยู่หน้าเตาร้อน ๆ

·         ละเว้นอาหารประเภทรสจัดทุกชนิด เช่น เผ็ดจัด หวานจัด เค็มจัด

หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตามีข้อควรปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

·         ควรดื่มน้ำมาก ๆ วันละ 1.5-2 ลิตร เนื่องจากฟิลเลอร์เป็นสารที่อุ้มน้ำ การดื่มน้ำมาก ๆ จะช่วยให้ฟิลเลอร์ฟู ได้รูป และช่วยให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานขึ้น

·         เพื่อช่วยลดอาการบวม และป้องกันการติดเชื้อ ควรรับประทานยาที่แพทย์จ่ายให้หลังทำให้ครบถ้วน อย่างต่อเนื่อง

·         ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสอากาศร้อน เช่น แสงแดด เตา หรือกระทะร้อน ๆ  และเลี่ยงการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น

·         หลังฉีดฟิลเลอร์แล้ว ใน 2-3 คืนแรก ควรนอนยกหัวให้สูงกว่าระดับหน้าอก โดยการหนุนหมอนที่ศีรษะอย่างน้อย 2 ใบ และไม่ควรนอนตะแคง เพื่อป้องกันการกดทับหน้า ควรหาหมอนข้างมากันไว้ทั้งฝั่งซ้ายและขวา

·         ในช่วงเวลา 3 วันหลังฉีดใต้ตา ไม่ควรขยับใบหน้าเยอะหรือบ่อยเกินไป เพราะอาจส่งผลให้ฟิลเลอร์ที่ทำไว้เคลื่อนที่จนผิดตำแหน่งได้

·         ควรงดสูบบุหรี่ เนื่องจากในบุหรี่มีสารหลายชนิดที่ออกฤทธิ์ขยายหลอดเลือด จะทำให้ผลลัพธ์ที่ได้จากการรักษาอยู่ได้สั้นลง และยุบบวมช้าลง

ขอบคุณข้อมูล: รีวิวฉีดฟิลเลอร์เติมเต็มใต้ตากับคุณนิโคลที่ V Square Clinic จาก Youtube Channel: Vsquare Clinic

หากต้องการแก้ปัญหาใต้ตาดำคล้ำ และริ้วรอยใต้ตา ต้องฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบ่อยแค่ไหน?

ตามปกติแล้วฟิลเลอร์จะอยู่ได้นานถึงประมาณ 12-18 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นที่เลือกใช้ และถ้าฉีดใต้ตาด้วยฟิลเลอร์แท้จะสามารถสลายไปเองได้หมด 100% โดยไม่มีสารตกค้าง โดยคนไข้สามารถกลับมาฉีดซ้ำได้ตามความเหมาะสม

รีวิวฟิลเลอร์ใต้ตา
เจสซี่_ฟิลเลอร์ใต้ตา1cc

ความเชื่อผิด ๆ อย่างเช่น คำกล่าวที่ว่า หากไม่กลับมาฉีดซ้ำฟิลเลอร์ซ้ำบ่อย ๆ ใบหน้าจะยิ่งแก่ลง หรือเหี่ยวลงเร็ว คุณหมอได้ให้คำอธิบายในส่วนนี้ว่า หลักการของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นการฉีดเพื่อช่วยชะลอความแก่ เพราะปัญหาใต้ตาดำคล้ำ และปัญหาริ้วรอยบริเวณรอบดวงตา

เมื่อคนเราอายุมากขึ้นโครงสร้างกระดูกจะเกิดการยุบตัวลง  การฉีดฟิลเลอร์คือการฉีดเพื่อชะลอวัย ไม่ให้เสื่อมลงเร็ว ดังนั้นคำพูดที่ว่าถ้าคนเคยฉีดแล้วหยุดฉีดหน้าจะแย่ลง จึงไม่เป็นความจริงแต่อย่างใดครับ

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหลังจากผู้อ่านทุกท่านได้ศึกษาข้อควรปฏิบัติ และข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้ว เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี และเพื่อความปลอดภัยของคนไข้เอง  ทุกท่านจะนำคำแนะนำของคุณหมอไปปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

ขอบคุณบทความจาก : https://www.vsquareclinic.com/tips/do-dont-under-eyes-filler/