อยากจมูกโด่งสวย เลือกวิธีไหนดีระหว่าง ร้อยไหมจมูก ผ่าตัดเสริมจมูก หรือฉีดฟิลเลอร์จมูก

0
12 views
รีวิวร้อยไหมจมูก-10-เส้น-เน้นดีดปลายจมูก-ภาพหลังทำทันที

คนที่อยากจะเสริมจมูกให้โด่งสวยด้วยการร้อยไหมหรือฉีดฟิลเลอร์จมูก คุณหมอจะอธิบายให้เข้าใจก่อนจะตัดสินใจทำว่า หากคนไข้มีแผนว่าจะผ่าตัดเสริมจมูกในอนาคตก็ไม่ควรเลือกร้อยไหมหรือฉีดฟิลเลอร์จมูก เพราะอาจส่งผลกระทบในแง่การยึดเกาะของแท่งซิลิโคนที่ผ่าตัดเสริมจมูกเข้าไปได้ รวมถึงในกรณีที่คนไข้รายไหนที่เคยฉีดฟิลเลอร์หรือร้อยไหมจมูกมาก่อนหน้านี้ คุณหมอจะต้องขูดกระดูกในแนวที่จะวางแท่งซิลิโคน เพื่อช่วยให้แท่งซิลิโคนยึดเกาะจมูกได้ดียิ่งขึ้นด้วยครับ

การร้อยไหมจมูก หรือฉีดฟิลเลอร์จมูกตามปรกติแล้วคุณหมอจะไม่ได้แนะนำให้ทำ ยกเว้นคนไข้ต้องการจะทำจริง ๆ และเหตุผลหลัก ๆ ของคนไข้ก็คือ มักจะกลัวการผ่าตัดเสริมจมูกมาก ๆ และเป็นคนที่มีจมูกค่อนข้างโด่งอยู่แล้วเป็นทุนเดิม แค่อยากให้ปลายจมูกหรือสันจมูกคมขึ้นอีกนิดหน่อยเท่านั้น รวมถึงต้องการจมูกที่ดูเป็นธรรมชาติ

การผ่าตัดเสริมจมูก : มีข้อดี – ข้อเสียอย่างไรบ้าง?

การผ่าตัดเสริมจมูก : ข้อดีคือ?

  • คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป เพราะหลังจากผ่าตัดเสริมจมูกแล้วจะได้ผลลัพธ์ที่คงอยู่ได้ยาวนานมาก
  • มีความปลอดภัยสูง
  • ถ้าผ่าตัดเสริมจมูกด้วยเทคนิคที่ถูกต้องจะได้รูปทรงจมูกโด่งสวยเป็นที่น่าพึงพอใจ
การผ่าตัดเสริมจมูก

การผ่าตัดเสริมจมูก : ข้อเสียคือ?

  • คนไข้อาจเกิดอาการบวมช้ำหลังผ่าเสร็จแล้ว จึงควรเผื่อเวลาในการพักฟื้นไว้ด้วยสักประมาณ 2-4 อาทิตย์ และในกรณีที่คนไข้ไม่ถูกใจกับทรงจมูกที่ได้หลังการผ่าตัด จะต้องใช้วิธีผ่าตัดเพื่อแก้ไขเท่านั้น ซึ่งคนไข้บางรายที่ผ่าตัดแก้ไขทรงจมูกหลายรอบจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดการบวมช้ำมากขึ้นเรื่อย ๆ อีกด้วย
  • การใช้ซิลิโคนสำเร็จรูปซึ่งไม่รับกับฐานจมูกเดิม ในคลินิกหลาย ๆ แห่ง ซึ่งสังเกตได้จากแท่งซิลิโคนที่เสริมเข้าไปในจมูกจะไม่ยึดเกาะแน่นกับฐานจมูกของเรา แต่จะเคลื่อนที่ได้ มีความเสี่ยงคือ แท่งซิลิโคนอาจทะลุออกมาได้ในอนาคต จำเป็นต้องผ่าตัดแก้ไขอย่างเร่งด่วน

เสริมจมูกด้วยการฉีดฟิลเลอร์ – มีข้อดี VS ข้อเสีย อย่างไร?

การฉีดฟิลเลอร์จมูก : ข้อดีคือ?

  •  ในเคสที่คนไข้ไม่พอใจกับผลลัพธ์หลังจากฉีดฟิลเลอร์จมูกไปแล้ว อาทิเช่น ต้องการแก้ให้จมูกโด่งมากขึ้นก็สามารถฉีดเพิ่มเติมได้ หรือถ้าอยากจะปรับแก้ให้โด่งน้อยลงก็สามารถฉีดสลายบางส่วนออกไปได้เช่นเดียวกันครับ
  • เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีนานพอในการพักฟื้น และคนที่กลัวการผ่าตัด
  • การฉีดฟิลเลอร์จมูกจะเหมาะกับคนไข้ที่มีฐานจมูกเดิมอยู่แล้วบ้าง (ในระดับปานกลาง) แต่ในเคสของคนไข้ที่ไม่มีฐานจมูกเลยจะเหมาะกับวิธีผ่าตัดเพื่อเสริมจมูกมากกว่าครับ สาเหตุมาจากฟิลเลอร์นั้นจะไม่สามารถตั้งเป็นสันคมได้สูงเท่ากับการเสริมด้วยแท่งซิลิโคน

การฉีดฟิลเลอร์จมูก : ข้อเสียคือ?

  • ฟิลเลอร์ไม่สามารถตั้งเป็นสันคมได้สูงเท่ากับการเสริมจมูกด้วยแท่งซิลิโคน ดังนั้น หากเป็นคนที่ไม่มีฐานจมูกเลย จะเหมาะกับการผ่าตัดเสริมจมูกมากกว่า เพราะถ้าเลือกใช้วิธีฉีดฟิลเลอร์ไปแล้วจะออกมาไม่สวยอย่างที่คนไข้คาดหวังไว้
  • จำเป็นที่ต้องเลือกฉีด filler จมูกกับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อลดความเสี่ยงในเรื่องการฉีดฟิลเลอร์จะเข้าตาและเส้นเลือด และเพื่อความปลอดภัยสูงสุดครับ
  • อาจส่งผลให้ทรงจมูกที่ปั้นออกมาบานออกด้านข้างและดูไม่สวยได้หากเลือกฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อ/รุ่นที่ไม่มีความคงตัว ฉะนั้น คนไข้จึงควรเลือกใช้ฟิลเลอร์จมูกยี่ห้อ Restylane Perlane Lyft เท่านั้นครับ เพื่อให้ทรงจมูกออกมาสวยสมใจ
ฟิลเลอร์สามารถใช้ฉีดเสริมจมูกได้

ในเคสที่มีฐานเดิมอยู่บ้างแล้ว สามารถใช้ฉีดฟิลเลอร์เสริมจมูกได้ (โดยในรูปนี้ ใช้ฟิลเลอร์ปริมาตร 1 cc)

อยากมีจมูกโด่งสวย ร้อยไหมจมูก ดีไหม?

ข้อสงสัยที่ว่า ร้อยไหมจมูก ดีไหม สรุปได้สั้น ๆ คือ ควรดูตามความต้องการของตัวคนไข้เองเป็นหลักครับ

  • วิธีผ่าตัดเสริมจมูก จะเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีฐานจมูกเดิมอยู่เลย, อยากมีจมูกโด่งมาก รวมถึงอยากให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน ๆ
  • สำหรับใครที่ไม่อยากผ่าตัดเสริมจมูกเพราะกลัวการผ่าตัด รวมถึงไม่มีเวลาพักฟื้นหลังทำ สามารถใช้วิธีการร้อยไหมจมูกแทนได้ครับ แต่ควรเป็นคนที่มีฐานจมูกเดิมบ้างอยู่แล้ว เพื่อยกส่วนปลายจมูกให้สูงขึ้น และให้สันจมูกดูคมชัดยิ่งขึ้น

ภาพนี้แสดงถึงปริมาตรของไหม 10 เส้นนำมาวางเรียงกันจะได้ทรงจมูกที่เป็นสันคมชัด คล้ายกับผ่าตัดเสริมจมูกการใช้ไหม PCL ก้างหลาเส้นใหญ่ในการร้อยไหมจมูก จะอยู่ได้นาน 1-2 ปี

ร้อยไหมจมูก ราคาเท่าไหร่? เลือกใช้ไหมแบบไหนดี

ในการร้อยไหมจมูก จะแบ่งไหมออกเป็นที่ใช้ร้อยจมูกนั้น แบ่งได้ตาม วัสดุที่ใช้ทำเส้นไหม และขนาดของเส้นไหม

ไหมจมูกชนิดที่เป็นที่นิยม

จากรูป ไหมจมูกชนิดที่เป็นที่นิยม ได้แก่

1.) ไหม pdo เรียบเส้นเล็ก (ในรูปที่ 1 และรูปที่ 2)

  • นิยมใช้ในยุคแรกๆที่ยังไม่มีการผลิตไหมที่ใช้สำหรับร้อยจมูกโดยเฉพาะออกมา
  • มีลักษณะเป็นเข็มคม
  • บวมช้ำเยอะ
  • อยู่ได้ไม่นาน เพียงแค่ประมาณ 5-6 เดือน
  • ร้อยไหมจมูก 60-90 เส้น ราคาอยู่ที่ประมาณ 10,000 – 20,000 บาท ซึ่งเป็นราคาในอดีต เพราะปัจจุบันไม่ค่อยนิยมใช้ไหมชนิดนี้ในการร้อยกันแล้วครับ

2.) ไหม pdo เส้นใหญ่ (ในรูปที่ 3)

  • นิยมใช้ในการยกปลายจมูกด้วยเทคนิคพิเศษ
  • หลังร้อยไหมจมูก สามารถเห็นผลได้อย่างชัดเจน
  • วัสดุเป็น pdo ผลลัพธ์จึงอยู่ได้เพียง 5-6 เดือน ซึ่งไม่ตรงกับคำโฆษณาที่บอกว่าอยู่ได้ถึง 1-2 ปี ส่งผลให้ความนิยมในไหมชนิดนี้ลดน้อยลง
  • ไหม pdo เส้นใหญ่ 4-6 เส้น ราคา 10,000-20,000 บาท
ไหมจมูกชนิดที่เป็นที่นิยม-และกระตุ้นคอลลาเจนได้มากที่สุด

3.) ไหม plla เส้นเล็ก (ในรูปที่ 4, รูปที่ 5)

  • plla เป็นวัสดุที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้มากที่สุด
  • ตัวเส้นไหมเองก็อยู่ได้นานถึง 12-18 เดือน จึงให้ผลลัพธ์ที่ดี
  • ราคา 30-60 เส้น 10,000-20,000 บาท

4.) ไหม pcl+plla เส้นใหญ่ (ในรูปที่ 6)

  • ลักษณะเป็นเข็มทู่ เป็นรุ่นที่พัฒนาล่าสุด
  • อยู่ได้นานถึง 18 เดือน – 2 ปี
  • กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อจมูกได้มากที่สุด
  • สามารถร้อยด้วยวิธีร้อยไหมจมูกวิธีพิเศษเพื่อยกปลายจมูกได้ โดยไม่ทำให้เกิดบวมช้ำ
  • ร้อยไหมจมูก ราคา 6 เส้น 9,900 บาท, 10 เส้น 15,000 บาท, 16 เส้น 23,000 บาท

ร้อยไหมจมูก ราคา ? กับ Promotion พิเศษ

รูปตัวอย่างความหนาของเส้นไหม-pcl-10-เส้น-ที่นำมาร้อยเป็นทรงจมูก

รูปตัวอย่างความหนาของเส้นไหม pcl 10 เส้น ที่นำมาร้อยเป็นทรงจมูกครับ

ผลลัพธ์ที่ได้จากการร้อยไหมจมูก โดยใช้ไหม PCL ชนิดเส้นหนา จะอยู่ได้ประมาณ 2 ปีครับ

  • ร้อยไหมจำนวน 10 เส้น = ร้อยไหมจมูก ราคา 15,000 บาท
  • ร้อยไหมจำนวน 6 เส้น = ร้อยไหมจมูก ราคา 9,900 บาท

ขอบคุณข้อมูล : รีวิว #ฟิลเลอร์ใต้ตา #ร้อยไหมก้างปลา #ร้อยไหมจมูก (By หมอแพน) จาก Youtube Channel : V Square Clinic

รีวิว ร้อยไหมจมูก

เคสตัวอย่างรีวิวร้อยไหมปลายจมูก-10-เส้น

เคสตัวอย่างรีวิวร้อยไหมปลายจมูก 10 เส้น

รีวิวจากคนไข้เคสที่ผ่านมาในรูป จะเห็นว่าการร้อยไหมจมูกนั้นเหมาะกับผู้ที่มีฐานจมูกเดิมอยู่บ้างแล้ว แต่ต้องการให้สันจมูกดูคมชัดมากขึ้น โดยยังมีความเป็นธรรมชาติอยู่ครับ

เคสตัวอย่างรีวิวร้อยไหมจมูก-10-เส้น

เคสตัวอย่างรีวิวร้อยไหมจมูก 10 เส้น

เคสตัวอย่างรีวิวร้อยไหมปลายจมูก-10-เส้น-2

เคสตัวอย่างรีวิวร้อยไหมปลายจมูก 10 เส้น

เคสตัวอย่างรีวิวร้อยไหมจมูก-10-เส้น-2

เคสตัวอย่างรีวิวร้อยไหมจมูก 10 เส้น

เสริมจมูกด้วยการร้อยไหม- มีข้อดี VS ข้อเสีย อย่างไร?

การร้อยไหมจมูก : ข้อดีคือ?

  • ไม่ต้องผ่าตัด จึงไม่เกิดอาการช้ำหรือบวม จึงเหมาะกับคนที่ไม่มีเวลามากพอสำหรับการพักฟื้นหลังผ่าตัด รวมไปถึงผู้ที่กลัวการผ่าตัดเสริมจมูกมาก ๆ
  • หากเปรียบเทียบกับวิธีฉีดฟิลเลอร์จมูก การร้อยไหมจมูกเมื่อทำเสร็จแล้วคนไข้จะได้จมูกที่เป็นสันดูคมชัดมากกว่าการฉีดฟิลเลอร์จมูกครับ
  • การร้อยไหมจมูกด้วยเทคนิคพิเศษจะเหมาะกับคนที่มีฐานจมูกเดิมอยู่บ้างแล้ว แค่ต้องการจะยกเพียงปลายจมูกขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น ผลที่ได้จะดูเป็นธรรมชาติกว่าวิธีเสริมจมูกด้วยการผ่าตัดเสริมด้วยแท่งซิลิโคน เพราะจมูกจะโด่งสูงมากไปโดยเฉพาะผู้ที่มีฐานจมูกเดิมอยู่แล้ว

การร้อยไหมจมูก : ข้อเสียคือ?

  • เคสของคนไข้ที่ไม่มีฐานจมูกเดิม หากใช้ไหมเส้นเล็กไม่ควรร้อยเกิน 60 เส้น และถ้าใช้ไหมเส้นใหญ่ไม่ควรร้อยเกิน 16 เส้น เนื่องจาก เส้นไหมไม่สามารถร้อยจมูกในปริมาณมาก ๆ ได้ ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้ elastin (อีลาสติน)ซ้อนทับกันหลายชั้นมากเกินไป จนเกิดเป็นผังผืดให้ดึงรั้งจมูกได้เมื่อเวลาผ่านไป ฉะนั้น สำหรับคนไข้ที่มีฐานจมูกเดิมน้อย แนะนำว่าควรใช้วิธีผ่าตัดเสริมจมูกจะเหมาะสมกว่า
  • ข้อเสียที่วิธีร้อยไหมจมูกด้อยกว่าฟิลเลอร์จมูกคือ ต้องใช้ระยะเวลาในการรอให้ไหมละลาย โดยไม่มียาที่จะฉีดสลายออกไปได้เหมือนกับ filler แพทย์จึงแนะนำให้ใช้จำนวนเส้นน้อย ๆ ไว้ก่อนในการร้อยไหมจมูก เพราะสามารถร้อยไหมเพิ่มเติมในภายหลังได้ ส่วนการใช้ rf หรือ hifu อาจช่วยให้ไหมละลายเร็วขึ้นได้บ้าง หากแต่มีความยุ่งยากในการแก้ไขหลังร้อยไหม

ฉีดฟิลเลอร์จมูก อันตรายไหม? มีข้อควรระวังอะไรบ้าง?

ฉีดฟิลเลอร์จมูก อันตรายไหม ก่อนอื่นเราควรทราบข้อมูลก่อนว่า ที่ด้านข้างของสันจมูกจะมีเส้นเลือด ที่มีชื่อว่า “Dorsal nasal artery” ที่เชื่อมต่อเข้ากับลูกตา หากทำกับแพทย์ที่ขาดความเชี่ยวชาญอาจจะฉีดฟิลเลอร์จมูกไปโดนเข้ากับเส้นเลือดเส้นนี้ และส่งผลให้ตาบอดได้ครับ

เส้นเลือดบริเวณจมูก

             จึงควรเลือกฉีดฟิลเลอร์จมูกกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน น่าเชื่อถือ เลือกฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ แต่ถ้าคนไข้กังวลก็สามารถเลือกร้อยไหมจมูก เพราะการร้อยไหมดีดปลายจมูกด้วยเทคนิคใหม่ล่าสุดจะปลอดภัยและผลที่ได้สวยงามมากกว่าการฉีดฟิลเลอร์จมูกค่อนข้างมาก

ฉีดฟิลเลอร์จมูก ราคา ? กับ Promotion พิเศษ

โปรโมชั่นสุดคุ้มค่า ฉีดฟิลเลอร์จมูกทุกยี่ห้อ

·         ฉีดฟิลเลอร์จมูก (ปริมาณ 1 CC) ราคา 13,000 บาทเท่านั้น!

สรุป การเสริมจมูกแต่ละวิธี มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร?

  1. การเสริมจมูกโดยการผ่าตัด เป็นวิธีที่ดีที่สุด และมีความปลอดภัย คุณหมอต้องเหลาแท่งซิลิโคนให้รับกับฐานกระดูก จึงจะได้ผลที่สวยงามเป็นธรรมชาติ เหมาะกับผู้ที่มีเวลามากพอสำหรับการพักฟื้นหลังผ่าตัด คือประมาณ 2-4 สัปดาห์
  2. การฉีดฟิลเลอร์จมูก เหมาะกับผู้ที่มีฐานจมูกเดิมอยู่บ้างแล้ว และกลัวการผ่าตัดมาก ๆ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยต้องเลือกคุณหมอที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น รวมถึงควรเลือกใช้ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Restylane perlane ในการฉีดจมูกจึงจะให้ผลลัพธ์ที่ดีและเหมาะสม
  3. การร้อยไหมจมูก จะเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาสำหรับการพักฟื้นจากอาการช้ำบวมหลังผ่าตัด และกลัวการผ่าตัด การร้อยไหมจมูกด้วยเทคนิคที่เน้นดีดปลายจมูก จะได้สันจมูกที่คมชัดกว่า และปลอดภัยกว่าการฉีด filler จมูก รวมทั้งให้ผลลัพธ์ที่โด่งกว่าการฉีดฟิลเลอร์จมูก

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.vsquareclinic.com/blogs/must-know-nose/